ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
สมัครสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
dot
bulletผู้บริหารเทศบาล
bulletสมาชิกสภาเทศบาล
bulletกองคลัง
bulletกองช่าง
bulletกองการศึกษาฯ
bulletศูนย์เด็กเล็กวัดหนองเกตุใหญ่
bulletศูนย์เด็กเล็ก เทศบาลตำบลหนองปลาไหล
bulletสารจากนายก
dot
รวมลิงค์เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletเมืองพัทยา
bulletเทศบาลเมืองหนองปรือ
bulletเทศบาลตำบลห้วยใหญ่
bulletอบต.เขาไม้แก้ว
bulletอพท.พัทยา และ พท.เชื่อมโยง
dot
รวมลิงค์ที่สนใจ
dot
bulletจดโดเมนเนม
bulletลงประกาศฟรี
bulletรับสมัครงาน
dot
tf
dot
กฎหมาย ระเบียบ อปท
bulletเอกสารการสอนเทอม 2/2554 มบ
bulletกฎหมายเกี่ยวกับ อปท.
bulletความรู้


สถาบันพระปกเกล้า
มบ
มสธ
ม.รามคำแหง
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
สหกรณ์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
มท.
ท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี


การยกฐานะเป็น"เทศบาล" article

การยกฐานะจาก อบต. ขึ้นเป็นเทศบาล
ให้ตราเป็นประกาศกระทรวงมหาดไทย


หลักเกณฑ์และขั้นตอนการจัดตั้งเป็นเทศบาลตำบล
หลักเกณฑ์การจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาลตำบล ต้องมีข้อมูลถูกต้องตามหลักเกณฑ์ตามนัย มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ. 2496 “ท้องถิ่นใดมีสภาพอันสมควรยกฐานะเป็นเทศบาลให้จัดตั้งท้องถิ่นนั้นๆ เป็นเทศบาลตำบล เทศบาลเมือง หรือเทศบาลนคร ตาม พ.ร.บ.นี้” มาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ. 2496 “เทศบาลตำบล ได้แก่ท้องถิ่นซึ่งมีประกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลตำบลประกาศกระทรวงมหาดไทย นั้นให้ระบุชื่อและเขตเทศบาลไว้ด้วย” และมาตรา 12แห่ง พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ.2496 “ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 11 การเปลี่ยนชื่อเทศบาลหรือการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาล ให้กระทำโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย” และหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0890.2/ว3156 ลงวันที่ 20 กันยายน2547 ดังจะเห็นได้ว่าหลักเกณฑ์มีองค์ประกอบเพียงสภาพของท้องถิ่น ความเป็นชุมชน จำนวนรายได้ ว่าเหมาะสม และเพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการสาธารณะกับประชาชนตามอำนาจหน้าที่ของเทศบาลตำบลหรือไม่เพียงใด การยกฐานะเป็นเทศบาลตำบล ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. องค์การบริหารส่วนตำบลจะต้องรายงานขอจัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลผ่านความเห็นชอบของอำเภอและจังหวัด
ตามลำดับมากระทรวงมหาดไทย (กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น) โดยต้องส่งข้อมูลข่าวสารประกอบการพิจารณาขอยกฐานะ ดังนี้
(1) แบบสำรวจข้อมูลการขอจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาลตำบล ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากอำเภอ
และจังหวัด ตามลำดับ
(2) รายงานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลได้
(3) คำบรรยายแนวเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ขอจัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลตามข้อเท็จจริงในปัจจุบัน
(4) แผนที่ท้ายร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยที่ขอจัดตั้งเป็นเทศบาลตำบล โดยต้องถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงที่มี
อยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ โดยจะต้องให้นายอำเภอท้องที่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล หัวหน้าส่วน
โยธาขององค์การบริหารส่วนตำบล และผู้บริหารท้องถิ่นข้างเคียงที่มีแนวเขตติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตำบลเดิมทั้งหมด เป็นผู้ลงนามรับรองแนวเขต
(5) แบบสำรวจความเห็นและรายงานการประชุมของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของ
ประชาชนในพื้นที่โดยแท้จริงที่ต้องการยกฐานะและจัดตั้งเป็นเทศบาลตำบล

หากกระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วเห็นว่า อบต. มีสภาพเหมาะสม สมควรให้จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบล จะมีการ
ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการจัดตั้งเป็นเทศบาลตำบล มีผลทำให้สภาพท้องที่นั้นพ้นสภาพเป็น อบต. รวมทั้งให้สมาชิก
ภาพของสมาชิก อบต.สิ้นสุดลง และนายก อบต.พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่ได้มีการประกาศจัดตั้งขึ้นเป็นเทศบาลตำบลเป็นต้นไป
บรรดางบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิ สิทธิเรียกร้อง หนี้ พนักงานส่วนตำบล และลูกจ้างของ อบต. โอนไปเป็นของเทศบาลตำบลและ
บรรดาข้อบัญญัติอบต. ที่ได้ใช้บังคับในเรื่องใดอยู่ก่อนแล้วคงใช้บังคับต่อไปเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะได้มีการตราเทศบัญญัติใน
เรื่องนั้นขึ้นใหม่

ไฟล์หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0890.2/ว3156 ลงวันที่ 20 กันยายน2547
http://www.thailocaladmin.go.th/work/e_book/eb2/law3/pdf2/bt069.pdf

http://www.tessaban.com/new/sizeandpcadt.pdf

http://www.tessaban.com/new/personalabt.pdf
http://www.tessaban.com/new/personalabt2.pdf 

 271 nongplalai municipality.doc
Yok Tha na Municiparity.doc โครงการยกฐานะ อบต.หนองปลาไหล เป็น เทศบาลตำบลหนองปลาไหล


บทความพิเศษ เรื่อง....

"สังคมที่เปลี่ยนแปลง Social Change กับบทบาท ปลัด อบต. สู่ ปลัดเทศบาล"

ตามหลักเกณฑ์การจัดตั้งและเปลี่ยนแปลงฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาลตำบล โดยมาตรา 42 วรรคแรก แห่ง พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 (และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2546) บัญญัติว่า “ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยเทศบาล อาจจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นเป็นเทศบาลได้ โดยทำเป็นประกาศกระทรวงมหาดไทย” และมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 (และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2546 บัญญัติว่า “เมื่อท้องถิ่นใดมีสภาพอันสมควรยกฐานะเป็นเทศบาล ให้จัดตั้งท้องถิ่นนั้น ๆ เป็นเทศบาลตำบล เทศบาลเมือง หรือเทศบาลนคร ตามพระราชบัญญัตินี้” ประกอบกับการพิจารณาจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาลตำบล จึงมีองค์ประกอบเพียงสภาพของท้องถิ่นอันสมควรยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลเท่านั้น ดังนั้นแนวทางปฏิบัติจึงควรพิจารณาการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาลตำบล ดังนี้
1. สภาพของความเป็นชุมชน
2. จำนวนรายได้ว่าเหมาะสมและเพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการบริการสาธารณะกับประชาชนตามอำนาจหน้าที่ของเทศบาลตำบล หรือไม่เพียงใด
3. เจตนารมณ์ของประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งแสดงเจตนาให้จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบล
โดยจะต้องแสดงเหตุผลและความเห็นขององค์การบริหารส่วนตำบลผ่านอำเภอและจังหวัดประกอบ การพิจารณาของกระทรวงมหาดไทย และเมื่อได้รับการพิจารณาของกระทรวงมหาดไทยให้จัดตั้งขึ้นเป็นเทศบาลได้ โดยทำเป็นประกาศของกระทรวงมหาดไทย จึงทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลที่ได้รับการพิจารณาจัดตั้งเป็นเทศบาลตำบล มีขอบเขต อำนาจหน้าที่ และการใช้อำนาจเพิ่มมากขึ้นตามกฎหมายที่จัดตั้ง แต่บุคลากรที่สังกัดในองค์การบริหารส่วนตำบลที่จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบล เช่น ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลที่ปฏิบัติงานมาตั้งแต่เริ่มมีกฎหมายจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลและถือว่าเป็นจุดกำเนิดเริ่มแรกของบุคลากรที่ปฏิบัติงานควบคู่กับองค์การบริหารส่วนตำบลก็ว่าได้ ซึ่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางท่านดำรงตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลไม่น้อยกว่า 10 ปี ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลจนถึงกระทั่งได้รับการจัดตั้งเป็นเทศบาล และได้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมาย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ที่บัญญัติแนวทางของท้องถิ่นที่เด่นชัด โดยกำหนดให้รัฐต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นพึ่งตนเอง และตัดสินใจในกิจการของท้องถิ่นได้เอง โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในพื้นที่ ทำให้รัฐต้องเพิ่มบทบาทอำนาจหน้าที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการบริหารจัดการแทน เพื่อจะได้ตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทั่วถึง แต่เงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้การดำเนินงานกระจายอำนาจดังกล่าวประสบผลสำเร็จ คือ การมีส่วนร่วมของประชาชนที่จะเข้ามาร่วมคิด ร่วมตัดสินใจร่วมดำเนินภารกิจ และร่วมตรวจสอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปอย่างโปร่งใส เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ประเด็นดังกล่าวเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้กำหนดให้ท้องถิ่นพึ่งตนเองและตัดสินใจในกิจการหรือการดำเนินการของท้องถิ่นได้เอง ประกอบกับได้กำหนดตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลมาควบคู่กับการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเครื่องจักรเปรียบเทียบได้คือ องค์การบริหารส่วนตำบล ในการขับเคลื่อนการทำงานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมดำเนินภารกิจ ร่วมแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อให้การปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนตำบลเป็นไปอย่างโปร่งใส เกิดประโยชน์สูงสุดและตรงตามความต้องการของประชาชน โดยมีปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นตัวแทนขับเคลื่อนที่สำคัญ และมีปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางท่าน ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเมื่อมีการเริ่มก่อตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล และปฏิบัติงานในองค์การบริหารส่วนตำบลที่ตนเองบรรจุมาไม่น้อยกว่า 10 ปี แต่ด้วยการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นได้กำหนดให้มีการถ่ายโอนภารกิจ การถ่ายโอนงบประมาณ การถ่ายโอนบุคลากร การมีส่วนร่วมของประชาชน และด้านกฎหมายทำให้องค์การบริหารส่วนตำบล ที่มีสภาพอันสมควรยกฐานะ เป็นเทศบาลให้จัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นเป็นเทศบาลได้โดยทำเป็นประกาศของกระทรวงมหาดไทย ทำให้คำว่า “ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล” ต้องเปลี่ยนเป็น “ปลัดเทศบาล” จากการจัดตั้งและยกฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาลตำบล ในมุมมองของบุคคลทั่วไปคิดว่า การปรับเปลี่ยนดังกล่าวเป็นการเจริญในหน้าที่การงาน โดยตำแหน่งสูงขึ้นและอยู่ในองค์กรที่สูงขึ้น แต่ในมุมกลับกันในมุมของผู้ดำรงตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล อาจไม่มองเช่นนั้น กลับมองว่าสิ่งที่บุคคลอื่นคิดว่าเป็นความก้าวหน้าในหน้าที่การทำงาน ในการยกฐานะและจัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลเป็นสิ่งที่ตนเองต้องคิดถึงการจะดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลได้หรือเปล่า และจะอยู่ในองค์กรหรือหน่วยงานที่ตนเองเป็นกลไกตัวแรกในการขับเคลื่อนในการพัฒนา ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมภารกิจ ร่วมแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในพื้นที่ ประกอบกับการดำเนินการดังกล่าว ที่ต้องร่วมกับประชาชนในพื้นที่ในการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำให้เกิดความรัก ความสนิทสนม การช่วยเหลือ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันของประชาชนกับปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล แต่สิ่งที่ปรากฏ ตามระเบียบและกฎหมายที่บังคับใช้ ณ ปัจจุบัน ที่ได้กำหนดขนาดเทศบาลและการกำหนดระดับตำแหน่งผู้บริหารของเทศบาล คือ การกำหนดหลักเกณฑ์รายได้มาเป็นตัวกำหนดการดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาล ทำให้ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหลาย ๆ ท่านไม่สามารถดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลในเทศบาลที่ได้รับการจัดตั้งจากองค์การบริหารส่วนตำบลได้ เนื่องจากระดับของปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลที่เป็นปลัดเทศบาล มีคุณสมบัติไม่ตรงตามหลักเกณฑ์การกำหนดขนาดเทศบาลและการกำหนดระดับตำแหน่งผู้บริหารของเทศบาล
จากเหตุดังกล่าว จึงเป็นสิ่งที่น่าคิดว่าตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งเป็นกลไกขั้นแรกของการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล และเป็นบุคลากรที่สำคัญในองค์กร เมื่อพบการเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่บุคคลทั่วไป คิดว่าดี แต่ตรงกันข้ามกับปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางท่านที่คิดว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลงในชีวิตกับเป็นสิ่งที่เลวร้ายในชีวิตก็ได้ กลับการที่ไม่รู้ว่าในอนาคตของ คำว่า “ปลัดเทศบาล” จะเป็นอย่างไร กับการที่องค์การบริหารส่วนตำบลได้ยกฐานะและจัดตั้งเป็นเทศบาลที่ตนเองเป็นบุคลากรเริ่มแรกเหตุการณ์ดังกล่าว คงเป็นสิ่งที่น่าคิดว่าเราจะอยู่ในองค์กรเก่าที่มีการเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ และเป็นสิ่งที่น่าจะมีการทบทวนแนวทางการดำเนินการและแนวทางปฏิบัติดังกล่าว
แต่อย่างไรก็ตามปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงเป็นปลัดเทศบาล ต้องยอมรับในกติกาที่กฎหมายกำหนดและผลที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตเพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาความเจริญก้าวหน้า บทบาทหน้าที่ การเติบโตของชุมชน โดยสิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลตรงตามระบบการจัดการแบบการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยเป็นกระบวนการเปิดกว้างที่ให้โอกาสการมีส่วนร่วม และเพิ่มความสามารถของประชาชนในการแสดงเจตนาจัดตั้งและยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาล ตามหลักเกณฑ์มีส่วนร่วมของประชาชน และหลักการธรรมาภิบาลที่เป็นหลักการบริหารแนวใหม่ ซึ่งเป็นหลักการทำงานซึ่งหากมีการนำมาใช้เพื่อการบริหารงานแล้วจะเกิดความเชื่อมั่นว่านำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คือ ความเป็นธรรม ความสุจริต ความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยวิธีดำเนินการเพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลก็คือการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน มีความโปร่งใส มีจิตสำนึกในความรับผิดชอบและสิ่งที่จะเอื้อให้เกิดการดำเนินการดังกล่าวได้ก็คือ การมีระเบียบ มีแนวทางปฏิบัติที่รองรับการดำเนินการนั้น
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปลัดเทศบาลและข้าราชการทุกคนต้องถือปฏิบัติ และยอมรับในกติกาที่กฎหมายกำหนดไว้ และยอมรับในเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตที่ชาวปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดเทศบาลจากการยกฐานะและจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาลต้องเผชิญในอนาคตข้างหน้าและเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดการณ์ได้
ประเด็นเรียกร้องดังกล่าว การเผชิญอนาคตของปลัด อบต. ไม่มีคุณสมบัติเป็นปลัดเทศบาลได้จำเป็นต้องยอมรับโดยขัดเสียมิได้ กับการลดตำแหน่งเป็นรองปลัดเทศบาลหรือตำแหน่งอื่น ซึ่งมิใช่เป็นความผิดของเขาเหล่านั้น (ปลัด อบต.) ต้องดำเนินการไปเพื่อความเจริญรุ่งเรืองขององค์กรและความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ ที่จะดำเนินการไป เพื่อความเติบโตของท้องถิ่น ประเด็นนี้ผู้เขียนบทความในนาม ปลัด อบต. ผู้ซึ่งขาดคุณสมบัติเป็นปลัดเทศบาล ไม่คิดว่าตนเองผิดอะไร ต่อการบริหาร ต่อชุมชน ต่อผู้บริหาร และต่อเพื่อนร่วมงาน การได้รับตำแหน่งต่ำลงกว่าเดิม จึงเป็นสิ่งที่ขาดหายไปในบางส่วน โดยไม่รู้ชะตากรรมว่าจะเผชิญอย่างไร สิ่งที่ขาดหายไปจะมีอะไรทดแทนไม่ได้ขอแค่ค่าตอบแทนซึ่งเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่การนับอายุราชการ การดำรงตำแหน่ง การนับหน้าถือตาของประชาชนการถูกมองต่าง ๆ นานา ที่ไม่อาจจะคิดได้........ได้โปรด..........

โดย...ชาวดินเพื่อประชา
๒๓ มกราคม ๒๕๕๒

ดาวน์โหลดบทความเป็นไฟล์ pdf คลิกที่นี่ 
 


การยกฐานะ อบต.เป็น เทศบาล (รวบรวมโดย เพ่ง บัวหอม ผู้เดินสายยกฐานะให้คนอื่น (มาอยู่แทน) เจ้าของบทความ นาม ชาวดินเพื่อประชา
 

เทศบาลเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นรูปแบบหนึ่งเทศบาลมีฐานะเป็นนิติบุคคลการบริหารการปกครอง
แยกออกจากระเบียบการบริหารราชการส่วนกลาง ชาวไทยรู้จักคำว่า เทศบาลมาตั้งแต่ พ.ศ.2476 เทศบาลเป็นหน่วยงานหรือองค์กรที่เป็นตัวแทนของประชาชนในการดำเนินการปกครองด้วยตนเอง กรอบการทำงานของเทศบาลมีลักษณะเหมือนกับรูปแบบการทำงานระบบรัฐสภา โดยแบ่งโครงสร้างออกเป็น ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ

 

จากบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาจัดตั้งท้องถิ่นขึ้นเป็นเทศบาล ไว้ 3 ประการ ดังนี้

    1. จำนวนขนาดของประชากรหรือราษฎรในพื้นที่ และการกระจายตัวเชิงพื้นที่ของประชากร
    2. ความเจริญทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น โดยพิจารณาจากการจัดเก็บรายได้โดยตรงตามกฎหมาย และงบประมาณรายจ่ายในการดำเนินกิจการของท้องถิ่น
    3. ความสำคัญทางการเมืองท้องถิ่น โดยพิจารณาศักยภาพของท้องถิ่นในการพัฒนา

 

จากเงื่อนไขการจัดตั้งประเภทของเทศบาลข้างต้น การยกฐานะของเทศบาล จึงขึ้นอยู่กับรายได้ และขนาดของประชากร เป็นหลัก ในขณะเดียวกันก็มีข้อสังเกตว่า การจัดตั้งพื้นที่ของตนเป็นการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบเทศบาล ท้องถิ่นนั้นต้องมีความเจริญตามเกณฑ์เท่านั้น ส่วนท้องถิ่นที่มีรายได้น้อยและมีขนาดประชากรน้อย จึงมักขาดโอกาส

 

 

ประเภทของเทศบาล
กฎหมายกำหนดให้จัดตั้งเทศบาลได้ 3 ประเภท

  1. เทศบาลตำบล เป็นเทศบาลขนาดเล็ก กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดตั้งเทศบาลตำบลไว้ดังนี้

                มาตรา 9 เทศบาลตำบล ได้แก่ ท้องถิ่นซึ่งมีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลตำบลพระราชกฤษฎีกานั้นให้ระบุชื่อและเขตของเทศบาลไว้ด้วย
 


         2. เทศบาลเมือง เป็นเทศบาลขนาดกลาง กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดตั้งเทศบาลเมืองไว้ดังนี้
              มาตรา 10 เทศบาลเมือง ได้แก่ ท้องถิ่นอันเป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัด หรือท้องถิ่นชุมนุมชนที่มีราษฎรตั้งแต่หนึ่งหมื่นคนขึ้นไป โดยราษฎรเหล่านั้นอยู่หนาแน่นเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าสามพันคนต่อหนึ่งตารางกิโลเมตร ทั้งมีรายได้พอควรแก่การที่จะปฏิบัติหน้าที่อันต้องทำตามพระราชบัญญัตินี้ และซึ่งมีพระราชกฤษฎีกายกฐานะเป็นเทศบาลเมือง พระราชกฤษฎีกานั้นให้ระบุชื่อและของเทศบาลไว้ด้วย

     

    1. ท้องที่ที่เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดทุกแห่ง ให้ยกฐานะเทศบาลเมืองได้โดยไม่ต้องพิจารณาถึงหลักเกณฑ์อื่นๆ ประกอบ
    2. ส่วนท้องที่ที่มิใช่เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดจะยกฐานะเป็นเทศบาลเมือง ต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

    มีขนาดประชากรหรือราษฎรท้องถิ่น 10,000 คนขึ้นไป และ มีการกระจายตัวเชิงพื้นที่ 3,000 คนต่อตารางกิโลเมตร
    ตลอดทั้ง
    มี รายได้พอแก่การปฏิบัติหน้าที่บริหารจัดการและให้บริการตามที่กฎหมายกำหนด
    การจัดตั้งเป็นเทศบาล ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกาการยกฐานะเป็กนเทศบาลเมือง ระบุชื่อ และเขตเทศบาลไว้ด้วย
     



    3. เทศบาลนคร เป็นเทศบาลขนาดใหญ่ กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดตั้งเทศบาลนคร ไว้ดังนี้
    มาตรา 11 เทศบาลนคร ได้แก่ ท้องถิ่นชุมนุมชนที่มีราษฎรตั้งแต่ห้าหมื่นคนขึ้นไป โดยราษฎรเหล่านั้นอยู่หนาแน่นเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าสามพันคนต่อหนึ่งตารางกิโลเมตร ทั้งมีรายได้พอควรแก่การที่จะปฏิบัติหน้าที่อันต้องทำตามพระราชบัญญัตินี้ และซึ่งมีพระราชกฤษฎีกายกฐานะเป็นเทศบาลนคร พระราชกฤษฎีกานั้นให้ระบุชื่อและเขตของเทศบาลไว้ด้วย

    1. การกระจายตัวเชิงพื้นที่ ไม่ต่ำกว่า 3,000 คนต่อตารางกิโลเมตร
    2.มีขนาดประชากรหรือราษฎรตั้งแต่ 50,000 คนขึ้นไป
    3 มีรายได้พอแก่การปฏิบัติหน้าที่อันต้องทำตามที่กฎหมายกำหนดตารางกิโลเมตร

    4. มีพระราชกฤษฎีการยกฐานะเป็นเทศบาลนคร และระบุชื่อและเขตเทศบาลไว้ด้วย
    .................................................................................
    *มาตรา 12 ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 11 การเปลี่ยนชื่อเทศบาลนครหรือการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาล ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบลและสารวัตรกำนันในท้องถิ่นที่ได้เปลี่ยนแปลงเขตเป็นเทศบาลตามความในวรรคก่อนหมดอำนาจหน้าที่เฉพาะในเขตที่ได้เปลี่ยนแปลงนั้น นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลใช้บังคับเป็นต้นไป

    มาตรา 13 ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 ท้องถิ่นซึ่งได้ยกฐานะเป็นเทศบาลแล้ว อาจถูกเปลี่ยนแปลงฐานะหรือยุบเลิกได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ท้องถิ่นที่ได้เปลี่ยนแปลงฐานะตามความในวรรคก่อนให้พ้นจากสภาพแห่งเทศบาลเดิมนับแต่วันที่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นต้นไป บรรดาทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ และสิทธิร้องของเทศบาลเดิม ให้โอนไปเป็นของเทศบาลใหม่ ในขณะเดียวกันนั้น และบรรดาเทศบัญญัติที่ได้ใช้บังคับอยู่ก่อนแล้วคงให้ใช้บังคับต่อไป


     

     

     

 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด
รหัสป้องกันสแปม CAPTCHA Image



 *


๔ เพิ่มลิงค์ที่น่าสนใจ

ข่าวสารการเลือกตั้ง article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (136655)
avatar
ทท

อยากยกฐานะบ้าง แต่พี่น้อง ไม่เข้าใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น ทท วันที่ตอบ 2011-04-16 08:06:33


ความคิดเห็นที่ 2 (137561)
avatar
วรินทร

อยากทราข้อดี ของการยกฐานะเป็นเทศบาล อย่างชัดเจนค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น วรินทร วันที่ตอบ 2012-07-01 13:00:15



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





อบต.หนองปลาไหล ยกฐานะเป็น เทศบาลตำบลหนองปลาไหล 31 ส.ค.2555

เทศบาลตำบลหนองปลาไหล
ที่อยู่ :  เลขที่ ๕๖/๒ หมู่ที่ ๔ ตำบล :  หนองปลาไหล อำเภอ : บางละมุง
จังหวัด : ชลบุรี      รหัสไปรษณีย์ : ๒๐๑๕๐
เบอร์โทร :  ๐๓๘-๑๗๐๖๖๘      สายด่วน ดับเพลิง ๒๔ ชั่วโมง :  ๐๓๘-๑๗๐๖๖๗
อีเมล : admin@nongplalai.go.th
เว็บไซต์ : www.nongplalai.go.th